★ [SF] น้องคนนี้พี่จอง Kryu
posted on 17 Jun 2009 12:38 by ploylead in Kryu
ชอตฟิก :: น้องคนนี้พี่จอง
คู่ :: เคริว (วินส์)
โดย :: ploylead
Talk :: ชื่อเรื่องสิ้นคิดอะครับ คิดไม่ออก ตอนเขียน(ดึก ๆ วันอาทิตย์)
ไม่ได้คิดอะไรเลยไหลไปตามเนื้อฟิกแบบเรื่อยเปื่อยมาก แล้วออกมาเป็นเช่นนี้... โชตะ...
เวลาอ่านก็ทำใจกันนิดนึง.. ฮ่ะ ๆๆๆ พี่เคตะ + น้องริว
เรท :: PG-13 ไม่มีเลิฟซีนนะฮะ คิดคำพูดไม่ออก - -*
------------------------- เชิญอ่าน -------------------------------------
กิ๊ง ------- ก่อง
ออดเลิกเรียนดังขึ้นอาจารย์เดินออกไปจากห้อง เสียงจ้อกแจ้กจอแจสอบถามกลุ่มเพื่อน ๆ ดังขึ้นมาแทนที่เสียงของอาจารย์ ทั้งคนที่ชวนกันไปคาราโอเกะ ทั้งคนที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทร
ร่างสูงบิดขี้เกียจ 2-3 ทีแล้วเก็บอุปกรณ์การเรียนเข้ากระเป๋าเป้ประจำตัว
“ เฮ่ย เคะวันนี้มีนัดบอดสาวโรงเรียนสตรีนายจะไปมั้ย ” เพื่อนในห้องคนหนึ่งวิ่งมาถาม เป็นขาประจำทีเดียวแหละ ที่ชอบจัดนัดบอด
ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันยังหาแฟนไม่ได้ซักที... ทั้งที่มันไปอาทิตย์ละสองครั้ง
“ ไม่ล่ะ วันนี้มีนัดว่ะ ” พ่อคนหล่อประจำโรงเรียนจุดยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากทำเอาเพื่อนเหวอไปทีเดียว
“ เออเซะ คนหล่ออย่างแกมันคงมีสาว ทิ้งเพื่อนไปมีความสุขแล้วล่ะ เชอะ ” เจ้าเพื่อนตัวแสบเดินกลับไปที่กลุ่มเพื่อนพร้อมกับนินทาคนหล่อให้เพื่อนในกลุ่มฟังไปพลางเดินออกจากห้องเรียน
“ ก็วันนี้... โรงเรียนมันเลิกครึ่งวันนี่นา แถมยังไม่มีกิจกรรมด้วย... ฝั่งม.ต้นเองก็คงเลิกแล้วล่ะมั้ง... ” เคตะสะพายเป้ขึ้นบนไหล่เดินออกจากห้องในใจคิดถึงใบหน้าหวาน ๆ ของเจ้าตัวเล็ก เจ้าเด็กข้างบ้าน... ริวจัง
ร่างสูงค่อย ๆ เดินออกจากโรงเรียนไม่ได้รีบร้อนอะไรแต่ดูเหมือนจะรอใครคนหนึ่งซะมากกว่า
ทางเดินฟุตบาทร่มรื่นไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ แม้จะเพิ่งบ่ายหนึ่งแต่อากาศก็ไม่ร้อนมากนัก ลมเย็น ๆ ที่พัดมายิ่งทำให้รู้สึกสดชื่น ...
ว่าแต่ไม่เห็นเงาของเจ้าตัวเล็กเลยแฮะ กลับไปหรือยังน๊า... ไม่สิ้นความคิดเสียงก็ดังขึ้นที่ด้านหลัง
“ พี่เคตะ...... แฮ่ก รอผมด้วยฮะ ” ร่างสูงชุดยูนิฟอร์มมัธยมปลายชื่อดัง ผู้เป็นพี่ข้างบ้านหันมาและหยุดยืนรอเจ้าตัวเล็ก พร้อมยิ้มสดใสไปให้ ริวอิจิวิ่งตึก ๆๆ จนแทบกลัวว่าจะล้มลงไปเพื่อมาให้ทันเคตะ
“ ค่อย ๆ ก็ได้ริวจัง พี่รออยู่นี่ไงครับ ”
“ อือ ก็ริวจังไม่อยากให้พี่เคตะคอยนาน ๆ ” เจ้าตัวเล็กหอบกายโชกเหงื่อมาหยุดตรงหน้าร่างสูง
“ เดี๋ยวหกล้มไปจะทำไงล่ะ หืมม ” เคตะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีเข้มซับเหงื่อบนใบหน้าเนียน ๆ ของริวอิจิ
“ ไม่ล้มหรอกน่า ริวจังซะอย่าง อิอิ อ๊ะ! ” ตึก เท้าเล็ก ๆ สะดุดกับร่องแคบที่อยู่บ้านพื้นฟุตบาท
...ทั้ง ๆ ที่ไม่น่าจะสะดุดเลยแท้ ๆ ... ทั้งร่างทรงตัวเอาไว้ไม่อยู่
“ ระวังหน่อยสิครับ ” โชคดีที่เคตะรับร่างเล็ก ๆ นั้นไว้ได้ทันก่อนเกิดแผลถลอกบนส่วนใด ๆ ของร่างกาย
“ พี่...เคตะ... เอ่อ ขอบคุณคับ ” แขนแข็งแรงที่รับไว้กับมืออีกข้างที่ช่วยประคอง สัมผัสอบอุ่นที่ร่างกายรู้สึกทำเอาใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
“ ริวจังไม่เจ็บตรงไหนนะ ” เจ้าตัวเล็กแสนซนพยักหน้าหงึก ๆ “ ...หอบแฮ่กขนาดนี้ เหนื่อยล่ะสิ ” เคตะยิ้มกับคนตรงหน้าพร้อมลูบหัวเบามือ ความตื่นเต้นจากเหตุการณ์เมื่อกี้ก็ดูคลายลง ริวอิจิยิ้มโชว์เขี้ยวแบบมีแผนอะไรในหัว
“ เหนื่อย เพราะพี่เคตะไม่รอ เพราะงั้นต้องให้ริวจังขี่หลังนะคับ ” เจ้าตัวเล็กไม่รอช้ากระโดดขึ้นหลังพี่ชายข้างบ้านทันที
“ ฮ่ะ ๆๆ ตัวโต หนักขึ้นเยอะเลยนะเรา ม.2 แล้วนี่เนอะ ” มือใหญ่รับขาเล็ก ๆ มาประคองเอาไว้ไม่ให้ต้องร่วงหล่นลงสู่พื้นแข็ง เพราะโดนแซวเรื่องน้ำหนักตัวทำเอาเจ้าตัวเล็กขวยเขินซุกหน้าบนไหล่กว้าง ๆ มือเล็กทุบระรัวที่แขนแกร่ง
“ บ้า บ้า บ้า ริวจังยังตัวเล็กกว่าพี่เคตะเยอะละกัน แบร่ ๆ ”
“ ครับ ๆ วันนี้ไปทานเค้กที่บ้านพี่ละกันเนอะ ” ร่างสูงออกเดินช้า ๆ ค่อย ๆ ชมวิวรอบกายต้นไม้เขียวชะอุ่มที่ปลุกเรียงรายระหว่างทางเดินกลับบ้าน ลมเย็น ๆ พัดมาปะทะหน้าที่ชื้นเหงื่อของเจ้าตัวเล็กทำให้รู้สึกเย็นสบาย
บนหลังกว้างนี่ ริวอิจิคนเดียวที่มีสิทธิ์จะได้กอดแนบชิดจนได้กลิ่นกายเท่ ๆ จากเคตะ
“ กลับมาแล้วครับ // รบกวนด้วยคับ ” สองเสียงดังขึ้นแทบพร้อมกันหลังจากเข้ามาในบ้าน เคตะแบกเจ้าตัวเล็กเดินเข้าบ้าน ถอดรองเท้าให้และพาริวอิจิเดินขึ้นไปที่ห้องตัวเอง
“ เคตะ กลับมากับริวจังหรอจ้ะ ” คุณแม่ยังสาวตะโกนไล่หลังทั้งคู่ข้างไปด้านบน
“ ครับ แม่ช่วยเตรียมขนมเผื่อเจ้าตัวเล็กด้วยนะ ”
“ จ้า ” คุณแม่เคตะเดินกลับไปในครัว ยิ้มร่าเริง กับลูกชายตัวเอง
สนิทกันจัง... แหมลูกข้างบ้านก็น่าจะเกิดเป็นผู้หญิงนะ น่ารักน่าชัง อยากได้มาอยู่เป็นเพื่อนใจเคตะจริง ๆ คุณแม่ยิ้มเงียบ ๆ ให้ขวดชาเย็น ๆ กับขนมเค้ก
......................................
........................
...........
“ ขนมมาแล้วจ้าเด็ก ๆ อ้าว ริวจังหลับปุ๋ยเชียว ” คุณแม่ยกถาดขนมของว่างประจำบ่ายนี้ขึ้นมาให้ที่ห้องลูกชาย
“ ครับ เดี๋ยวตื่นแล้วค่อยให้ทานละกัน ขอบคุณนะครับคุณแม่ ” เคตะรับถาดขนมมาจากแม่
“ สงสัยจะเรียนหนักจนเหนื่อยนะเนี่ย ให้น้องนอนที่นี่ก่อนละกันนะจ้ะ แม่กลับไปทำกับข้าวล่ะ ” ร่างสูงพยักหน้าเบา ๆ ปิดประตูส่งแม่ แล้วกลับมาที่เตียงห่มผ้าผืนบางคลุมไหล่เจ้าตัวเล็กส่วนตัวเองไปหยิบหนังสือมานั่งทำข้างเตียง
“ อืออม หย่อย ๆ แต่เค้ากินไม่ไหวแล้วอ๊ะ ” กลีบปากชมพูสุขภาพดี ละเมอออกมาพร้อมทำท่าลูบท้องป้อย สร้างความเอ็นดูให้กับคนหล่อที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ยิ่งนัก
“ กินมากจนละเมอเลยหรอเนี้ย กินในฝันจนอิ่ม ดูซิว่าตื่นมาจะกินเค้กร้านโปรดได้อีกมั้ย ริวจัง ” เคตะนั่งอ่านหนังสือจนเวลาล่วงเลยไปยามบ่ายคล้อย เจ้าตัวเล็กก็ตื่นขึ้นมา
“ อ้าว ตื่นแล้วหรอ ไง อิ่มยัง ” เคตะแซว
“ นอนอิ่มแล้วฮะพี่เคตะ ขนมของริวจังอยู่ไหน หิวแล้ว ” งัวเงียตื่นมาก็ถามหาของกินทันที
“ ฮ่ะ ๆ ครับ ๆ ” เคตะกางโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กเอาไว้กลางห้องแล้วยกของว่างลงมาจากโต๊ะหนังสือ
“ ว้าว สตรอเบอรี่แหละ ~ น่ากินจังเลย หม่ำแล้วน๊า ” พ่อคนหล่อนั่งเอ็นดูกับการกินแบบอร่อยสุด ๆ ของเจ้าตัวเล็ก
...น่ารักจริง ๆ เลยน๊า...
“ พี่เคตะไม่กินหรอ งั้นริวจังขอได้มั้ย ” ริวอิจิชี้นิ้วน่ารัก ๆ ไปที่เค้กอีกชิ้นตรงกลางโต๊ะ
“ ครับ ตามสบายเถอะ ทานให้อิ่มเลย ”
“ ฮี่ ๆๆ งั้นริวจังขอละน๊า ” มือเล็กคว้าจานที่มีเค้กน่ากินอีกชิ้นมาวางตรงหน้า
“ ริวจังแปปนึงครับ อยู่นิ่ง ๆ นะ ” เจ้าตัวเล็กอยู่นิ่ง ๆ เพราะตกใจที่จู่ ๆ เคตะก็สั่งใบหน้าคมกับลมหายใจร้อน ๆ เข้ามาใกล้กับใบหน้าหวานทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ ลิ้นสาก ๆ สัมผัสบนข้างแก้มริวอิจิเจ้าตัวเล็กหลับตาปี๋ ถึงจะยังเด็กแต่ก็เคยเห็นในฉากหนังฝรั่ง
นี่เค้าโดนพี่เคตะจูบหรือป่าวนะ เจ้าตัวเล็กคิดซื่อ ๆ ไร้เดียงสาตามประสาเด็กน้อย
“ เรียบร้อยแล้วครับ ” ลมหายใจร้อน ๆ ข้างแก้มหายไปแล้ว เคตะกลับไปนั่งที่เดิม
“ อ..อะไรหรอฮะ.. ” ริวอิจิยกมือสัมผัสแก้มที่เพิ่งโดนจูบ(?) แม้เคตะจะผละออกไปแล้วแต่สัมผัสร้อน ๆ ยังคงอยู่ที่แก้มใสจาง ๆ
“ ครีมเค้กมันติดแก้มน่ะ หวานดี ” เคตะยิ้มหล่อให้ ทำเอาน้องหวั่นไหวไปแล้วกับท่าทางของเคตะ
“ นึกว่า................. จะจูบ ซะอีก ” ใบหน้าหวาน ๆ ถูกแต้มด้วยสีแดง ๆ เลือดฝาด เจ้าตัวก้มหน้างุด ๆ จนแทบจะมุดโต๊ะ เพราะคำพูดตัวเองเมื่อตะกี้
...พูดเองก็เขินเอง...
“ .............. อยากให้จูบมั้ยล่ะ ” คำพูดแบบทีเล่นทีจริงของพี่ชายข้างบ้านทำเอาเจ้าหนูริวอิจิร้อนผ่าวไปทั้งหน้า ร่างกายก็เหมือนจะเป็นอัมพาตไปซะอย่างงั้น เคตะขำ ๆ กับท่าทางไม่ประสีประสาเลยแกล้งยื่นหน้าไปใกล้ ๆ
ตาจ้องตา
ลมร้อน ๆ ใกล้แก้มใส ๆ เข้ามาอีกแล้ว
...จะโดนจูบแล้ว... ริวอิจิหลับตาปี๋ นั่งตัวแข็งเป็นหิน
ฟู่ ~~~~
“ อ๊ะ หยึ้ย พี่...เคตะ ” คนหล่อเป่าลมหายใจเข้าไปในหูริวอิจิทำเอาเจ้าหนู หวิวไม่น้อย
“ ฮ่ะ ๆ ล้อเล่นนะครับ ทานเค้กไปได้แล้ว ตัวเล็ก ”
“ พี่เคตะบ้า !” ริวอิจิเชิดหน้างอน ๆ แล้วก้มหน้าก้มตาจัดการเค้กน่าอร่อยตรงหน้าต่ออีกชิ้น หลังจากกินอิ่มเจ้าตัวเล็กก็พบว่าเคตะเอาแต่นั่งอ่านหนังสือยาก ๆ ไม่ยอมสนใจตัวเองเลย ริวอิจิก็เลยต้องเรียกร้องความสนใจเสียหน่อย
เคตะนั่งขัดสมาธิกำลังทำความเข้าใจกับพ็อกเก็ตบุ๊คในมือเลยไม่เห็นอะไรยุกยิก ๆ รู้ตัวก็เห็นเจ้าตัวเล็กมุด ๆ เข้ามาจากด้านล่างของหนังสือในมือแล้วแทรกกายเข้ามานั่งบนตักเขาเป็นที่เรียบร้อย...
“ อ่านอะไรอยู่หรอ ” ใบหน้าหวาน ๆ เงยขึ้นมาจากมุมมองของริวอิจิก็แค่เป็นมุมเงยของตัวเอง แต่มุมมองที่เคตะมองเห็นกลับรู้สึกว่าเจ้าเด็กน้อยคนนี้ช่างยั่วยวนจริง ๆ ไปได้...
“ อ่านหนังสือ ” แขนสองข้างของเคตะฉวยโอกาสเจ้าตัวเล็กทำหน้ายุ่ง ๆ ที่ตัวเองตั้งใจตอบกวน ๆ ไปนั้นเข้าโอบกอดริวอิจิที่นั่งบนตักเอาไว้แน่น
“ หวา ” เจ้าตัวเล็กคิดว่าตอนนี้ตัวเองนั้นเหมือนนั่งบนรถของคุณพ่อแล้วคาดเข็มขัดนิรภัยไว้แน่นอะไรประมาณนั้น จมูกโด่ง ๆ ขโมยสูดกลิ่นหอมจากเรือนผมนุ่มของคนตรงหน้า
“ หอมจังนะ ริวจังเนี่ย ”
“ บ้า ” ในเมื่อขยับไปไหนไม่ได้ เจ้าตัวเล็กเลยต้องยอมเป็นตุ๊กตาให้เคตะกอด หอมอย่างนั้น.. ด้วยความเต็มใจ
.....................................
.........................
...............
“ เคจัง ริวจังทานข้าวได้แล้วจ้า ” คุณแม่คนสวยของเคตะเดินขึ้นมาเคาะประตู แต่เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็ต้องค่อย ๆ งับบานประตูให้ปิดลงเหมือนเดิมอย่างเงียบกริบที่สุด
“ อ้าวคุณ.. ลูกกับริวจังล่ะ ไม่ได้อยู่ข้างบนหรอกหรอ ” คุณพ่อบ้านทาจิบานะที่นั่งรอที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้วเอ่ยถามภรรยา
“ สงสัยจะพากันเล่นอะไรกันจนเหนื่อยล่ะมั้งคะ หลับปุ๋ยไปทั้งคู่เชียว ”
“ งั้นเรากินกันก่อน แล้วเก็บส่วนของสองคนนั้นไว้ละกันครับ ” คุณพ่อเอ่ยยิ้ม ๆ เอ็นดูเจ้าลูกชายและเด็กข้างบ้านตัวน้อยยิ่งนัก
ในห้องนอนของเคตะ มีร่างสองร่างนอนกอดกันกลมบนพื้นพรมหนังสือที่อ่านค้างไว้วางอยู่ข้างกาย แอร์ที่เปิดไว้จนเย็นฉ่ำทำให้เจ้าตัวเล็กเบียดกายแนบชิดเคตะมากขึ้นเพื่อหาความอบอุ่นจากอกแข็งแรง แขนแกร่งกอดกระชับริวอิจิเข้ามาจัดให้อยู่ในท่าที่สบายยิ่งขึ้น...
ดูท่าว่าวันนี้เจ้าเด็กข้างบ้านคงจะได้นอนค้างที่บ้านทาจิบานะเป็นแน่...
ความสุขแบบนี้คงจะอยู่ตลอดไปถ้าหากว่าไม่เกิดเรื่องขึ้นซะก่อน................................
ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีอะไรที่จีรังยั่งยืน กระนั้นเราก็ต้องก้าวเดินต่อไป...
“ ย้ายบ้านหรอครับ? ” เคตะตกใจไม่น้อยเมื่อพ่อแม่ของเขาบอกกับเขาในระหว่างอาหารเย็นวันหนึ่ง
“ ใช่จ้ะ คุณย่าไม่สบายน่ะ เราเลยต้องย้ายไปอยู่ที่ฟุคุโอกะที่บ้านคุณปู่ ”
“ แล้วเรื่องงานของคุณพ่อล่ะครับจะทิ้งไปงั้นหรือ ” ใบหน้าหล่อ ๆ บัดนี้ฉายแววสับสนหม่นหมองลงไปอย่างเห็นได้ชัด
“ พ่อลาออกจากงานแล้วล่ะ เราจะไปสืบทอดกิจการที่คุณปู่ทิ้งเอาไว้ที่นู่น ”
“ .............................. ”
“ ถึงเวลาที่พ่อต้องกลับไปแล้วล่ะเคตะ อย่าโกรธพ่อเลยนะ ลูกก็รู้ดีใช่ไหมเรื่องของครอบครัวเรา ”
“ ครับ..................... ” แม้จะอยู่มัธยมปลายแล้วแต่เรื่องที่ชวนหดหู่ใจเช่นนี้ก็ทำให้เคตะก้มหน้านิ่งเป็นเด็ก ๆ ไปได้
...อยากเจอเจ้าเด็กข้างบ้าน... อยากเจอริวอิจิ...
“ อย่าลืมบอกลาริวจังล่ะลูก ” ร่างสูงเอาแต่ก้มหน้านิ่ง ๆ ไม่พูดไม่จา
“ อิ่มแล้วฮะ.............. ” คุณแม่มองชามข้าวของลูกชายที่กินเหลือเกินครึ่ง
สงสารแต่ก็ทำอะไรไม่ได้...
ตระกูลทาจิบานะที่ฟุคุโอกะบ้านของพ่อ เป็นโรงงานทำเซรามิคฝีมือดีที่สมัยก่อนจะส่งเข้าวังเท่านั้น คนแถวนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดี ฝีมือที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น
จนมาถึงรุ่นพ่อเคตะ เด็กหนุ่มที่ไม่สนใจทำงานที่บ้านกลับอยากเข้ามาเมืองหลวงทำงานบริษัทมากกว่า ได้ตัดสินใจออกจากบ้านและเดินทางมาเพียงลำพังอยู่ด้วยตัวเอง ทำงานไปเรียนไปจนจบมหาวิทยาลัยชื่อดังเข้าทำงานบริษัทใหญ่สมใจ
ต่อมาได้แต่งงานกับคุณแม่เคตะซึ่งเป็นคนโตเกียวโดยกำเนิดและเป็นรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัย ตอนที่เคตะอายุได้ 2 ขวบคุณปู่ก็สิ้นลงแต่คุณพ่อก็ไม่คิดจะรับช่วงสืบทอดกิจการต่อ คุณย่าที่ล้มป่วยในตอนนี้จึงต้องดูแลกิจการเอง...
และตอนนี้คุณย่าก็ล้มป่วยอีกคนกิจการไม่มีคนดูแลลูกชายคนเดียวของบ้านทาจิบานะจึงต้องกลับไปสืบทอดโรงงานเซรามิค...
ปิ๊ง---ป่อง เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้นเคตะลุกขึ้นมองออกไป...
เจ้าเด็กข้างบ้านที่แสนคิดถึงยืนอยู่หน้าบ้านยิ้มร่าในมือถือเบ็ดตกปลาคู่ใจพร้อมถังน้ำใบน่ารักสีฟ้า...
ร่างสูงรีบเปิดประตูวิ่งตึก ๆ ๆ ลงมาชั้นล่างของบ้านเจอคุณแม่ที่ออกมาจากครัวกำลังจะเดินไปเปิดประตูให้เด็กน้อย
“ อ้าวเคจัง สงสัยน้องมาแน่ะ ไปเปิดทีสิลูก ” คุณแม่เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนทำท่าจะกลับเข้าไปเก็บของต่อ
“ แม่ครับ บอกริวจังว่าผมไม่อยู่นะ.................. ” เคตะเอ่ยเสียงเบา แล้วเดินกลับขึ้นห้อง
“ .......เคจัง ” เสียงปิดประตูห้องดังตามหลังลูกชายไป คุณแม่ถอนใจก่อนะจะเดินไปเปิดประตูให้เจ้าตัวเล็กหน้าบ้าน
แกร๊ก
“ พี่เคตะ ไปตกปลา... อ้าวคุณน้าพี่เคตะอยู่มั้ยคับ ” ริวอิจิยิ้มโชว์เขี้ยวน่ารักบาดใจแม้กับคุณแม่เคตะ
“ เคจังไม่อยู่จ้ะ ออกไปข้างนอกกับเพื่อน ”
“ ว๊า งั้นหรอฮะ ไม่เป็นไร ๆ งั้นริวจังไปก่อนนะฮะแล้วตอนเย็นผมจะแวะมาใหม่ ” เด็กน้อยยิ้มร่าจนตาปิดก่อนออกวิ่งตึก ๆไปตามถนนมุ่งสู่แม่น้ำที่เค้าไปตกปลาบ่อย ๆ ประตูบ้านทาจิบานะถูกปิดลงพร้อมกับเสียงถอนใจของคุณแม่คนสวยของเคตะ
...นี่ไม่คิดจะบอกน้องแถมยังหลบหน้าอีกหรอ...เคจัง
.................................
............................
..................
“ พี่เคต่า ~~ อยู่ม๊ายยย ” เจ้าตัวเล็กยืนทำหน้ายุ่ง ๆ อยู่หน้าประตูบ้านทาจิบานะ
ไม่ได้เจอพี่เคตะมาตั้ง 3 วันแล้วดักรอหน้าโรงเรียนจนเย็นก็ไม่เคยเจอ กลับมาที่บ้านก็ไม่เคยอยู่
ริวอิจิก็เลยชักจะอดไม่ได้แล้ว
ร่างสูงลอบมองคนน่ารักที่สุดคิดถึงจากบนห้องนอน พ่อกับแม่ไปติดต่อเรื่องขนย้ายของที่จะต้องทำในวันพรุ่งนี้
ข้าวของในห้องที่เคยเรียงเป็นระเบียบบัดนี้ถูกจัดใส่ลังกระดาษไว้เรียบร้อยแล้ว วันพรุ่งนี้ครอบครัวทาจิบานะก็จะออกเดินทางไปอยู่ที่ฟุคุโอกะ...
โดยไม่มีวันได้กลับมาโตเกียวอีก …
เมื่อหยุดคิดเคตะพาสายตากลับไปมองที่เจ้าตัวเล็กอีกที ภาพที่เห็นแทบทำให้เขาอยากกระโดดลงจากชั้นสองลงไปกอดเด็กน้อยซะให้ได้...
ริวอิจินั่งกอดหัวเข่าร้องไห้อยู่หน้าบ้าน เฝ้ารอการกลับมาของบ้านทาจิบานะรอพี่ชายข้างบ้านที่แสนคิดถึง...
เวลาผ่านไปนานจนเข้าสู่ช่วงหัวค่ำ ไฟถนนสว่างทั้งแถว แต่บ้านทาจิบานะยังคงมืดสนิทร่างสูงนั่งอยู่ริมหน้าต่างที่เดิมจ้องมองร่างเล็ก ๆ ของริวอิจิมาตั้งแต่เย็น
...นั่งอยู่ท่าเดิม ที่เดิม...
จนกระทั่งร่างสูงเห็นหญิงคุ้นตามาพาริวอิจิกลับบ้านที่อยู่ข้าง ๆ แสงไฟสะท้อนบนแก้มนุ่มนิ่มให้เห็นประประกายจากน้ำตาที่ไหลนองหน้า...
นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เห็นริวอิจิ พรุ่งนี้ที่บ้านต้องออกเดินทางแต่เช้า
...ไม่ได้แม้แต่บอกลา มันเป็นสิ่งที่เคตะเลือกเองเขาไม่อยากบอกลาเจ้าตัวเล็ก ไม่อยากเห็นน้ำตาของริวอิจิไหลเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา และเขาเองก็ห้ามน้ำตาตัวเองไม่ให้มันไหลออกมาไม่ได้เช่นกัน...
วันรุ่งขึ้น
คนที่มาส่งบ้านทาจิบานะมีเพียงพ่อแม่ของริวอิจิ และคุณป้าอีกคนที่อยู่บ้านฝั่งตรงข้าม
“ เดินทางปลอดภัยนะจ้ะ ขอให้โชคดี ” ผู้ใหญ่เอ่ยคำลากันเป็นที่เรียบร้อย รถบริษัทขนย้ายขับนำรถคันเล็กออกไปก่อน พ่อแม่ของเคตะเตรียมตัวก้าวขึ้นรถ
“ เคตะ ไปได้แล้วลูก ” ร่างสูงทอดตามองบ้านริวอิจิเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะขึ้นรถไปสู่บ้านใหม่ที่แสนห่างไกล
................................
......................
..............
รถบัสเข้าจอดที่โรงแรมในเมือง เหล่านักเรียนมัธยมปลายพากันตื่นเต้นกับทัศนียภาพตรงหน้า วันนี้โรงเรียนของพวกเขาพามาทัศนศึกษาครั้งสุดท้ายของชีวิตมัธยมปลายเสียงคุยจ้อกแจ้กจอแจดังตามล๊อปบี้ของโรงแรม
ร่างเล็กพาตัวเองพร้อมเป้ใบโปรดสีแดงดำลายสก๊อตยืนเข้าแถวอยู่ด้านหลังสุด ผมยาวสีดำสนิทต้องกับสายลมที่พัดผ่านมาบ้างมือเยวความหายางรัดผมในกระเป๋าก่อนจะรวบผมด้วยความเคยชิน
“ เอาล่ะ ๆ เงียบ ๆ กันหน่อยพวกเธอ ” เสียงอาจารย์สุดโหดดังขึ้นที่หัวแถวทำเอานักเรียนร้อยกว่าคนเงียบกริบทันใด
“ เราจะแบ่งห้องนอนกันห้องละสี่คนนะใครได้เรียบร้อยแล้วก็มาทางนี้อาจารย์ยามาดะจะแจกกุญแจให้พวกเธอเข้าพักผ่อน ” เพื่อนบางคนมีกลุ่มอยู่แล้วพากันเรียงแถวเข้ารับกุญแจ
“ เอ่อ... โองาตะคุง มีกลุ่มหรือยังมาอยู่กับพวกเรานะ ” เด็กชายตัวผอมเข้ามาทักริวอิจิท่าทางเด็ก ๆ นั้นทำให้ร่างบางยิ้มตอบบาง ๆ ไป
“ เย้ จารย์คร๊าบ กลุ่มผมครบแล้ว ฟุรุยะ คางิโมโตะ ทานิอุจิ และ โองาตะคับ ” ร่างเล็กเจ้าของชื่อฟุรุยะ เคตะพาตัวเองไปรับกุญแจห้องมาจากอาจารย์ได้เป็นกลุ่มสุดท้ายพอดี
“ เอาล่ะ ให้ทุกคนเข้าไปพักตามสบายในห้องที่ได้รับไปนะแล้วเวลา 6 โมงตรงให้มาที่ห้องประชุมที่อยู่ด้านขวาของล๊อปบี้ เราจะกินข้าวกันที่นั่น ไปกันได้แล้ว แล้วอย่าไปรบกวนคนอื่นล่ะพวกเธอ... ” เด็กนักเรียนแยกย้ายกันขึ้นลิฟท์ไปตามห้องพักของตัวหลังจากเหนื่อยจากการเดินทางมาทั้งวัน
“ อืมม ไหน ๆ ก็อยู่ห้องเดียวกันแล้วขอเรียกว่าริวคุงได้มั้ยฮะ ” ร่างเล็กที่เข้ามาทักตอนแรกเอ่ยถามริวอิจิที่ยืนนิ่ง ๆ เงียบ ๆ คนเดียวระหว่างที่รอลิฟท์
“ อืม... ” ริวอิจิตอบสั้น ๆ คำเดียวในลำคอ เขากลายเป็นเด็กเงียบ ๆ เก็บตัวแบบนี้มา 4 ปีแล้วตั้งแต่วันนั้นที่เคตะจากมา พี่ชายข้างบ้านย้ายบ้านไปโดยไปลากันซักคำ และเขาเองก็ไม่คิดจะถามพ่อแม่เลยว่าบ้านข้าง ๆ ย้ายไปอยู่ที่ไหน...
“ ว๊า ตอบสั้นจังเลย ริวคุงเรียกผมว่าเคตจังนะ แล้วสองคนนี้ก็อากิจัง กับชินจัง ” เคตจังชี้เพื่อน ๆ ทีละคนแนะนำให้ร่างบางรู้จัก เด็กหนุ่มหน้าเหมียว กับร่างสูงหน้าเข้ม(ผิวเข้ม) ทั้งสองคนยิ้มให้ริวอิจิอย่างเป็นมิตร
“ ครับ ” ร่างบางเพียงแต่โค้งให้เพื่อนใหม่ทั้งสาม ทำเอาทั้งสามคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กไม่รู้จะชวนคุยอะไรดี
ติ๊ง
“ ลิฟท์มาแล้ว ๆ ไปกันเถอะพวกเรา... ชั้น 5 นะชินจังกดด้วย ” เคตจังบอกชินยะที่ทำหน้าดำยืนกดลิฟท์อยู่ ทั้งหมดเข้าพักด้วยกันในห้องเคตจังพยายามให้ริวอิจิเข้าไปมีส่วนร่วมพูดคุยกันในกลุ่มแต่ริวอิจิก็เอาแต่เงียบ ทั้งสามคนสงสัยในท่าทางของคนหน้าหวานคนนี้
...สายตาที่วูบไหวตลอดเวลา... ไม่เคยเอ่ยถาม แต่กลับยิ่งพยายามมากขึ้นเพื่อให้ริวอิจิยิ้มออกมาให้ได้
“ ..................... ” รอยยิ้มบาง ๆ เกิดขึ้นจนได้หลังจากที่เคตจังเต้นระบำหน้าท้องหลังกินข้าวให้เพื่อนร่วมห้องทั้งสามดู
“ อ๊า ริวคุงยิ้มแล้ว แบบนี้สิถึงจะดีน่ารักมากเลยฮะ พวกเราอยากให้ริวคุงยิ้มมากว่าน๊า ” เคตจัง อากิระ และชินยะยิ้มจริงใจให้ริวอิจิ
นานเท่าไรแล้วนะที่ไม่ได้รับอะไรแบบนี้จากคนอื่น ความห่วงไยที่เพื่อน ๆ ใหม่พยายามเพื่อเขาทำให้เขานึกไปถึงคน ๆ หนึ่ง...................
คอยดูแล เป็นห่วง เอาใจใส่ ............ พี่ชายข้างบ้านที่แสนคิดถึง...
วันรุ่งขึ้น
นักเรียนทุกคนตื่นแต่เช้าตรู่ลงมาที่ห้องประชุมเพื่อทานอาหารเช้ารวมกันก่อนคณะทัศนศึกษาจะได้ไปเยี่ยมโรงงานเซรามิคที่ขึ้นชื่อของจังหวัดฟุคุโอกะ...
“ ว๊า อยากให้ถึงเวลาอิสระเร็ว ๆ จังเลยอ่ะ ขี้เกียจไปเลคเชอร์ ” ชินยะบ่น ๆ ขณะคณะทัวร์อยู่บนรถ
“ ทน ๆ ไปเหอะ เสร็จนี่แล้วบ่ายทั้งบ่ายก็ว่างทั้งวันละ บ่นอยู่ได้ ” อากิระหันหน้ามาแขวะเจ้าเพื่อนขี้เกียจ
“ ว้าว งั้นตอนบ่ายต้องให้เคตจังพาเที่ยวแล้วสินะจ้ะ เพราะตอนเด็ก ๆ อยู่ฟุคุโอกะใช่ไหม ” ชินยะหันไปทำหน้าแป๊ะ ๆ พูดจาเสียงหวานกับเคตจังที่นั่งข้างๆ แล้วเอาผมเกรียน ๆ ไปซุก ๆ ไหล่เล็ก
“ อืม อยากไปไหนก็บอกล่ะกัน ” เคตจังหน้าแดงเพราะโดนเจ้าแป๊ะมันซบเอาแบบไม่เกรงใจเพื่อน อากิระหันหน้ากลับมาถอนใจกับริวอิจิ
“ ปล่อยมันสองคนไปเหอะ ตอนบ่ายเราไปเที่ยวกันสองคนเนอะ ริวคุง ” ริวอิจิส่งยิ้มไปให้เจ้าเหมียวที่นั่งงุงิ ๆ อิจฉาเพื่อนรักทั้งสองสวีทกันที่เบาะหลัง
เพียงไม่นานรถบัสก็พานักเรียนทั้งหลายมาสู่โรงงานเซรามิคที่พวกเขาจะมาศึกษางาน ทุกคนลงจากรถยืนรอที่ด้านหน้า สวนกว้าง ๆ เรียกความสนใจจากนักเรียนทั้งหลายน้ำเสียงตื่นเต้นดังมาจากหลายทาง
“ เอาล่ะพวกนายเงียบ ๆ หน่อยสิ ”
“ สวัสดีครับ ผมเป็นผู้ดูแลโรงงานแห่งนี้นะครับกับผู้ช่วยของผมจะพาชมโรงงานและอธิบายส่วนต่าง ๆ ของโรงงานและขั้นตอนการผลิตนะครับ ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคนครับ ” ลุงแก่ท่าทางเชี่ยวชาญยืนอยู่ด้านหน้า และข้าง ๆ เป็นร่างสูงในเสื้อเชิ้ตขาวกับกางเกงสแล๊คสีดำ ที่อกห้อยป้ายนักศึกษาฝึกงานเอาไว้ เสียงซุบซิบของบรรดานักเรียนหญิงดังหึ่ง ๆ รอบ ๆ กลุ่มของพวกริวอิจิ
“ นี่เธอนักศึกษาฝึกงานคนนั้นอะโคตรหล่อเลยเนอะ ”
“ ใช่ ๆ เรียนที่ไหนกันนะ ชั้นอยากมาฝึกงานที่นี่แล้วเหมือนกันแฮะ ”
“ เอ้า ๆ ข้างหลังน่ะเงียบ ๆ กันหน่อยแล้วเดินตามมา ” ร่างบางเอาแต่สนใจต้นไม้ดอกไม้ที่ปลูกเรียงรายสวยงามตั้งแต่ลงจากรถไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวจนโดนเคตจังลากเดินเข้าไปด้านใน
ด้านในถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วน ทั้งโกดังเก็บดิน แผนกผสม ปั้น หล่อ เขียนลาย จากตอนแรกที่คุยกันกลายเป็นเสียงลากปากกาบนกระดาษสมุดในมือเพราะต้องส่งรายงานการทัศนศึกษาหลังจากกลับโรงเรียน
ลุงที่ดูแลโรงงานอธิบายส่วนต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ ริวอิจิต้องหยุดการเขียนไปชั่วคราวเพราะปากกาเจ้ากรรมดันหมึกหมดเอาดื้อ ๆ ร่างสูงเห็นคนตัวเล็กที่ขยุกขยิกควานหาปากกาในกระเป๋าวุ่นวายจึงเดินเข้ามาแล้วยื่นปากกาหมึกซึมมาให้... ริวอิจิที่หาปากกาอยู่เห็นปากกาที่ยื่นส่งมาก็เลยยื่นมือไปรับ
“ ขอบคุณครับ ” มือเล็กรีบหยิบมาจดโดยไม่ทันได้มองสิ่งใด แม้แต่มือคนที่ยื่นปากกาด้ามนั้นมาให้ หูก็ฟังลุงพูดไปด้วยและบันทึกข้อมูลใส่สมองไว้ก่อน เพราะว่าไม่ได้มองก็เลยทำให้มือเล็ก ๆ ที่ยื่นไปหยิบปากกาโดนมืออีกฝ่าย ความรู้สึกแปลก ๆ ก่อตัวขึ้นทันทีที่มือสัมผัสกัน แม้เพียงเสี้ยววินาทีแต่มันก็รู้สึกคุ้นเคย...
ร่างสูงพยายามจะมองหน้าร่างเล็กตรงหน้าให้ถนัดตายิ่งขึ้น พอดีกับที่ลุงอธิบายเสร็จพอดี ริวอิจิเงยหน้าขึ้นอย่างขัดใจเพราะว่าจดไม่ทัน...
ใบหน้าหวาน ๆ ตรงหน้า... ทำให้เคตะจดจำได้ทันที ผมยาวขึ้น ตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ร่างที่เคยอวบผอมลงไปถนัดตา แก้มใส ๆ ดวงตาคู่สวย กลีบปากสีชมพู ....................
เจ้าตัวเล็ก เด็กน้อยข้างบ้าน... ริวจัง
สาว ๆ ที่จดเลคเชอร์เสร็จแล้วเริ่มหันไปซุบซิบกันอีกทีถึงความหล่อของร่างสูงที่ยืนใกล้กว่าที่คิด ริวอิจิเรียกเคตจังมาเพื่อขอดูเลคเชอร์ในหน้าสุดท้ายไม่ได้สนใจคนข้าง ๆ เลยว่าจะเป็นอย่างไร
เมื่อเห็นเจ้าเด็กน้อยที่คุ้นเคยมายืนตรงหน้าหัวใจของเคตะก็แทบกระเด้งออกมาเต้นตุบ ๆ ข้างนอกกาย แต่เขาก็ตัดสินใจรีบเดินออกไปด้านนอกที่ซึ่งเป็นโรงงาน และ บ้านของเขาในเวลาเดียวกัน...
ลุงผู้เป็นวิทยากรปล่อยนักเรียนได้สอบถามถึงการทำงานหากใครมีข้อสงสัย และให้เด็ก ๆ ได้พักทานน้ำและขนมที่เจ้าของโรงงานเตรียมไว้สำหรับเด็ก ๆ ที่มาทัศนศึกษาในวันนี้
ริวอิจิละสายตาจากสมุดเลคเชอร์เล่มบางของตัวเอง เขาลอกย่อหน้าสุดท้ายมาจากสมุดของเคตจัง ส่วนเจ้าตัวไปไหนก็ไม่รู้ มีเพียงอากิระที่นั่งข้าง ๆ และไปหยิบขนมกับน้ำมาฝาก
“ ปากกาอันนี้ของอากิระคุงหรือป่าว ” ริวอิจิยื่นปากกาหมึกซึมให้เจ้าเหมียวดู เพราะในตอนนั้นเขาไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนยื่นปากกามาให้
“ ป่าวน๊า ชั้นใช้ดินสอกดน่ะ ของใครล่ะน่ะ ”
“ ใช่ของใครในพวกเราไหม ”
“ หืมม กลุ่มเราน่ะทั้งชั้น เคตจัง ชินยะ ก็ใช้ดินสอจดกันหมดหล่ะ ” อากิระหันไปหยิบขนมมาให้ริวอิจิ มือเล็กพลิกปากกาหมึกซึมไปมา... จนเห็นอักษรตัวบาง ๆ เป็นรอยจารึกบนปากกา...
[T.K.] …
“ เอ่อ อากิระคุงเห็นพี่ชายที่เป็นนักศึกษาฝึกงานไหม ”
“ ? เห็นเดินไปทางสวนนั่นแน่ะ ” อากิระครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ ร่างเล็กลุกขึ้นยืนฝากสมุดเล่มเล็กพร้อมกระเป๋าเป้ไว้กับอากิระแล้วเดินอ้อมไปด้านหลังตามทางที่อากิระบอก
ทางเดินยาวในสวนร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ ริวอิจิเดินตามทางไปเรื่อย ๆ จนพบแผ่นหลังกว้าง ๆ ที่ยืนหันหลังให้เค้าอยู่...
เคตะกำลังคิดไม่ตก มันเป็นความบังเอิญหรือเพราะอะไรริวอิจิถึงมากับกลุ่มเด็กนักเรียนพวกนี้ได้ เขาคิดว่าริวอิจิจะเรียนต่อโรงเรียนเดิมที่เป็นแบบชั้นมัธยมต้นเลื่อนชั้นขึ้นมัธยมปลายโดยไม่ต้องสอบเข้า แต่นี่เป็นโรงเรียนอีกโรงเรียนที่อยู่ห่างจากบ้านพวกเข้าไปอีก... ถ้าเขารู้ว่าจะเจอ เข้าคงไม่ลงมาที่โรงงานด้วยตัวเอง...
ริวอิจิค่อย ๆ เดินเข้าไปจนใกล้กับร่างสูงความรู้สึกคุ้นเคยแบบบอกไม่ถูกเข้ามาอยู่ในใจ...
หรือเป็นเพราะว่าเขาคิดถึงเคตะมากไป คิดถึงพี่ข้างบ้านแสนใจร้ายที่ย้ายบ้านจากเค้าไปโดยไม่บอกซักคำ...
“ พี่ครับ ปากกาของพี่ใช่ไหม ” ร่างสูงสะดุ้งโหยง
จะวิ่งหนีไปก็กลัวคนตัวเล็กจะตกใจ จะหันไปก็กลัวหัวใจตัวเอง...
“ เอ่อ ... ” ริวอิจิรู้สึกแปลกใจที่ร่างสูงตรงหน้าไม่ยอมหันมา
“ พี่ไม่สบายตรงไหนหรือป่าว... ”
“ ไม่เป็นไรครับ พี่สบายดีปากกาอันนั้นพี่ไม่ได้ใช้แล้ว น้องเก็บเอาไว้เถอะครับ ” ยิ่งได้ยินคำพูดที่แสดงถึงความห่วงไยจากเด็กน้อยมันก็ยิ่งโหยหา...
อยากดึงเข้ามากอดให้หายคิดถึง...
“ เอ่อ.. ขอบคุณฮะ งั้นผมไปก่อนนะ ” ริวอิจิหันหลังเดินกลับออกมาทั้ง ๆ ที่ร่างสูงยังยืนหันหลังให้ เคตะหันกลับไปมองร่างเล็กที่เดินจากไป กลีบปากเอ่ยคำพูดออกมาเบาบางคล้ายถวิลหา
“ ริวจัง... ” พอดีกับที่ลมอ่อน ๆ พัดพามา ริวอิจิได้ยินชื่อของตัวเองที่ไม่ได้ยินมานาน เพราะเขาไม่ยอมให้ใครได้เรียกชื่อนี้ ....
ริวจัง .... เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่สามารถเรียกเขาว่า ริวจัง ได้ นั่นก็คือ...
“ พ... พี่เคตะ ” ร่างเล็กหันกลับมาสบสายตากับเคตะพอดี ขาเล็ก ๆ พาเท้าวิ่งตึก ๆๆ แบบที่เคยทำวิ่งกลับไป ณ ทางที่เพิ่งเดินจากมา ยังไม่มั่นใจนักแต่อยากจะพบ อยากเห็นเพื่อให้มั่นใจว่าใช่เคตะคนนั้นของเขาจริงหรือไม่
“ อ๊ะ... ” เคตะรู้ดีว่าพื้นหินที่ปูทางเดินของสวนนั้นไม่เรียบเพราะมันผ่านมาเป็นร้อย ๆ ปีกลัวจับใจว่าเจ้าตัวเล็กจะหกล้มเจ็บ ยังไม่สิ้นความคิด เท้าเล็ก ๆ ก็สะดุดกับพื้นหินที่ยุบยวบลงไป ร่างสูงพาตัวเองไปรับริวอิจิไว้ได้ทัน แต่ก็ทำให้ร่างเล็กล้มทับบนร่างของเขา
“ ......... เป็นอะไรหรือป่าว เจ็บตรงไหน มีแผลมั้ย ” เคตะลืมตัวเพราะความเป็นห่วงคนตรงหน้ารีบจับไหล่เล็กถามถึงอาการ
“ พี่เคตะ... ใช่มั้ยฮะ ” ดวงตาคุ่สวยที่บัดนี้เต็มไปด้วยน้ำตาที่พร้อมท่วมลงบนแก้มใส ๆ ได้ทุกเมื่อ
“ ...................... ”
“ บอกผมมาสิฮะ T K บนปากกาอันนี้มาจาก ทาจิบานะ เคตะใช่มั้ย !! ”
“ ...................... ” เคตะไม่ตอบแต่ดึงร่างเล็กเข้าไปกอดแนบกายอย่างโหยหา
“ ฮึก ฮืออออ ” น้ำตามากมายไหลออกมาจากตาสวย ร่างสูงยิ่งกระชับกอดแน่นขึ้นจูบเบา ๆ กลางกระหม่อมเพื่อปลอบโยน
“ ริว ริว ไม่เอาไม่ร้องไห้นะครับ ริวจัง ” เคตะรั้งใบหน้าที่เปรอะไปด้วยน้ำตามากมายขึ้นมาใช้มือใหญ่ซับน้ำตาอย่างเบามือ
“ คิดถึง พี่เคตะ... ทำไมถึงไม่บอกริวจัง ว่าจะย้ายบ้าน ริวจังเสียใจ.. ริวจังคิดถึงพี่ ” เคตะจูบหน้าผากมนครั้งหนึ่ง แล้วดึงเจ้าตัวเล็กเข้ามากอด
“ พี่ขอโทษ พี่ก็กลัวว่าจะทำใจให้มาจากริวจังไม่ได้ พอพี่รู้เรื่องที่ต้องย้ายบ้านพี่ก็ไม่กล้าไปเจอริวจังอีก... พี่กลัวที่จะต้องบอกลาริวจัง... ” กอดแน่นที่เคตะมอบให้สั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ร่างเล็กรู้ดีว่าพี่ข้างบ้านของเขาก็ร้องไห้อยู่เช่นกัน
“ พี่..เคตะ คิดถึงริวจังมั้ยฮะ ” ริวอิจิพูดเสียงอู้อี้ในอ้อมกอดของร่างสูง
“ คิดถึงที่สุด... ”
.............................
.....................
.............
“ ริวจัง แน่ใจหรอว่าต้องการแบบนี้จริง ๆ ” เคตะเอ่ยถามร่างเล็กที่เขาทาบทับอยู่
“ อือ ”
ตอนนี้ทั้งเป็นช่วงอิสระตอนบ่ายของนักเรียนที่มาทัศนศึกษา ทุกคนสามารถไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ แต่ต้องกลับมาให้ทันเวลาทานข้าวในตอน 1 ทุ่ม เพื่อน ๆ ทั้งสามคนของริวอิจิพากันออกไปชมเมือง ริวอิจิบอกพวกเขาว่าไม่ค่อยสบายจะขอนอนที่โรงแรม สุดท้ายอากิระก็จำใจต้องยอมไปเป็นก้างของชินยะกับเคตจังเพราะไม่มีเพื่อนเที่ยว...
“ ริวจังอยากเป็นของพี่เคตะ ...ริวจังรู้ตัวมานานแล้วว่าหัวใจของริวจังอยู่กับพี่ ”
“ ริวจัง... ” เคตะมองสบสายตาจริงจังของเจ้าตัวเล็ก คำพูดเด็ก ๆ แต่กลับเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเค้า
“ พี่เคตะ...... รักริวจังมั้ยฮะ ”
“ อืม พี่รักริวจัง รักมานานแล้วล่ะ ยิ่งถึงตอนนี้ก็ยิ่งรัก ”
“ ถ้างั้น ทำให้เค้าเป็นของพี่เคตะนะ... ” มือเล็กยกขึ้นโอบรอบคอรั้งให้ร่างสูงประทับจูบลงมา
สัมผัสที่แสนอ่อนโยน ค่อย ๆ เติบโตไปพร้อม ๆ กัน กับความรักที่บริสุทธิ์ ทำให้ทั้งสองหลอมรวมเป็นเสมือนคน ๆ เดียวกัน...
“ รักพี่เคตะที่สุดเลยฮะ ”
“ พี่ก็รักริวจังที่สุดเหมือนกัน ”
.............................
.......................
................
หลังจากทัศนศึกษาที่ฟุคุโอกะจบลง ริวอิจิก็กลับมาเป็นเด็กร่าเริงแจ่มใสเหมือนเดิม
ช่างพูด ขี้อ้อน ฉอเลาะ... ทำให้เพื่อน ๆ ทั้งสามที่บัดนี้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทตกใจไม่น้อยกับวันนี้และวันที่ได้เจ้าเจ้าตัวเล็กวันแรก อีกไม่นานฤดูกาลสอบเอนทรานซ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็จะมาถึง...
ชินยะ กับ เคตจัง เลือกเรียนคณะและมหาวิทยาลัยเดียวกันกำลังตั้งใจติวหนังสือให้กันอยู่
ส่วนอากิระก็สอบติดชิงทุนไปเรียนที่อเมริกา
ริวอิจิเลือกคณะสถาปัตย์ ที่มหาวิทยาลัยประจำจังหวัดฟุคุโอกะ
เพื่อให้ได้ไปอยู่ข้าง ๆ กันอีกครั้ง ... พี่เคตะของริวจัง
แถม อิอิ...
หลังจากการประกาศผลสอบเป็นที่เรียบร้อย วันรุ่งขึ้นบ้านข้าง ๆ ที่เคยปิดมืดกลับมีแสงไฟลอดออกมา
... บ้านทาจิบานะ ...
ปิ๊ง --- ป่อง
“ ริวจังไปเปิดประตูดูซิว่าใครมา แม่กำลังยุ่งนะจ้ะ ” คุณแม่ของริวอิจิส่งเสียงมาจากในครัว
“ ครับ ” ร่างเล็กเดินไปที่ประตู เมื่อเปิดออกก็พบกับครอบครัวทาจิบานะทั้งสามคน โดยมีพ่อและแม่ของเคตะยืนทำหน้าเครียด
“ สวัสดีครับ... ” ริวอิจิทำหน้าเหรอหรา เพราะอยู่ดี ๆ พี่เคตะของเค้าก็โผล่มาหน้าบ้านโดยไม่บอกกันล่วงหน้าซักนิด ร่างสูงทำหน้าหล่อใส่ริวอิจิพร้อมขยิบตาให้...
ริวอิจิพาครอบครัวทาจิบานะมานั่งที่ห้องรับแขกก่อนจะไปเรียกพ่อและแม่ที่วุ่นวายกับงานตัวเองอยู่ให้ออกมา ทั้งสองครอบครัวนั่งอยู่ตรงข้ามกัน... ริวอิจิรู้สึกแปลก ๆ กับเหตุการณ์แบบนี้... ทำหน้าเครียดทำไมนะพ่อแม่ของพี่เคตะ...
“ ต้องขอโทษด้วยนะครับ... ” อยู่ ๆ คุณพ่อของเคตะก็โค้งลงต่ำกล่าวน้ำเสียงสั่น ๆ พร้อมด้วยคุณแม่คนสวยของเคตะ
“ เอ่... มีอะไรหรอครับ จู่ ๆ ก็มาทำแบบนี้... ” พ่อของริวอิจิพูดงง ๆ บ้านโองาตะงงกันทั้งบ้าน
“ ที่พวกเราตั้งใจมากันวันนี้เพราะว่าอยากจะมาสู่ขอลูกส...ลูกชายของคุณน่ะครับ.. ”
“ ห่ะ ” บ้านโองาตะสะดุ้งสุดตัว รวมทั้งเจ้าหนูริวอิจิด้วย
“ ก็เจ้าลูกชายตัวของเราน่ะสิคะ จู่ ๆ ก็มาบอกว่าเอ่อ... กับริวจังไปแล้ว อยากให้พ่อกับแม่มาขอน้องให้ ” แม่คนสวยของเคตะพูดไปก็เอาผ้าซับเหงื่อไปพลาง ๆ ริวอิจิทำท่าตกใจ.. ส่วนเคตะคนหล่อนั่งทำหน้ากรุ้มกริ่มอยู่บนโซฟาไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร
“ เอ่อ... ” คุณพ่อโองาตะพูดจาไม่ออกกลายเป็นหินไปแล้ว คุณแม่ก็ทำหน้าเหวอ ๆ
“ ยังไงเราก็อยากทั้งสองคนหมั้นกันไว้ก่อนน่ะครับ เพราะเจ้าลูกชายมันขอร้องมา.... ” เคตะลุกขึ้นยืนแล้วจูงมือริวอิจิออกมาจากห้องด้วยความงง
“ ให้พ่อแม่เค้าคุยกันไปเหอะ... เราไปจู๋จี๋กันดีกว่าริวจัง ” เคตะยิ้มเจ้าเล่ห์พาริวอิจิขึ้นห้องนอน
“ ... ส่วนเรื่องค่าสินสอด” เสียงคุณพ่อทาจิบานะดังลอดออกมาจากห้องรับแขก ประตูไม้ห้องนอนของริวอิจิก็ถูกปิดลง
“ พี่เคตะ...? ”
“ ครับ ...ก็พี่สัญญาแล้วนี่ว่าจะอยู่กับริวจังไม่ทิ้งไปไหนอีกแล้ว ถ้าพ่อแม่เรารับรู้ก็ไม่ต้องปิดบังอะไรอีกไงครับ ”
“ อือ.. ”
“ ตอนนี้ขอจองเอาไว้แต่งเข้าบ้านเมื่อไร จะให้ริวมีลูกให้เยอะ ๆ เลย ” ริวอิจิเข้าใจดีถึงความนัยคำพูดที่เคตะเอ่ยออกมา เจ้าตัวเล็กหน้าแดงไปถึงหูเลยทีเดียว...
“ อื้มมม ” กลีบปากสีแดงถูกปิดเอาไว้ด้วยปากของเคตะซะแล้ว...
ทีนี้เจ้าน้องชายข้างบ้านก็จะได้เป็นของเค้า และไม่ต้องแยกจากกันไปไหนอีก... หลังจากที่ปล่อยให้เจ้าตัวเล็กเสียใจมากนาน 4 ปีตั้งแต่วันนี้เค้าจะทำให้ริวอิจิเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก จะไม่ให้ต้องร้องไห้อีกแล้วล่ะ...
ด้านล่างของบ้านพ่อแม่ของทั้งสองก็ยังคงปวดตับกับการเจรจาขอลูกชายให้ลูกชายกันต่อไป...
ดีแล้วละมั้งที่เลือกพี่ชายข้างบ้านแสนใจดีคนนั้น แต่วันนี้กลับเจ้าเล่ห์สุด ๆ... ริวอิจิคิดในใจก่อนที่จะไม่ได้คิดอะไรนอกจากคิดถึงใบหน้าหล่อ ๆ ของเคตะตลอดทั้งคืน...
*จบ* ปัญญาอ่อนไปเมะ? -3-
+++++++++++++++++++++++++++++++++
ตอบเม้นฮะ ขอบคุณสำหรับทุกเม้นเลยที่เป็นกำลังใจให้ ฮ่ะ ๆ ตอนนี้ไม่เศร้าแล้วล่ะ
อะไรมันจะเกิดก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไป...
และอีกอย่างกลัวคนข้าง ๆ กายเค้าจะรู้สึกแย่ที่อัพบล็อกเพ้อ ๆ ถึงคนอื่นไปอย่างงั้นด้วย
เอาล่ะร่าเริง ๆๆๆๆๆ Happiiz happy กันไป
ถึงคุณ ::Nichi::
พลอยไมได้หมายถึงเคริวอะจ้า เพราะฉะนั้นอย่าคิดมากไปเลยเน้อ ~
ตอนนี้รอรีพอร์ตคอนล่ะว่าจะมีอะไรมาให้พวกเราชาวเคริวชุ่มชื่นใจเท่าไรกับคอน สวีท แฟนตาซี
เรื่องคุณไสย์ คาดว่าแม่ยกทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ก็คงทำกันหมดทุกคนคาดว่าไม่เป็นไรแน่นอน
ถึง คุณนาย...
เราคงเข้าใจกันแล้วน๊า อย่าเก็บไปคิดมากอีกรู้มั๊ยยังไงพี่ก็เป็นคนที่สำคัญที่สุดสำหรับเค้า.. นะ




















![Love bbs [ kryu ]](http://img.photobucket.com/albums/v674/044293032/link/my-B.jpg)























น่ารักมากมาย
แวะมารดน้ำต้นไม้จ้าาา
#1 By J.M.P---Moo-Moo on 2009-06-17 15:12